รายงานพิเศษ!! เสนอปิดสิมิลัน3จุดอนุรักษ์ฉลามวาฬ

ก่อนเกิดเหตุคลื่นยักษ์ “สึนามิ” ที่เกาะสิมิลันสามารถพบฉลามวาฬ ได้เป็นประจำทุกปี แต่จะพบครั้งละ 2-3 ตัว เนื่องจากฉลามวาฬ ไม่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ฉลามวาฬจะอยู่ในแหล่งที่มีอาหารสมบูรณ์เท่านั้น

ซึ่งหากยังสำรวจพบที่เกาะสิมิลัน ก็แสดงว่าคลื่นยักษ์สึนามิ ไม่ได้ทำลายระบบนิเวศของหมู่เกาะสิมิลัน อย่างที่หลายฝ่ายวิตกกัน หากเป็นเช่นนี้เชื่อว่าจะสามารถฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่เกาะสิมิลันได้ไม่ยาก

“ฟ้าหลังฝนมักสดใสเสมอ” เป็นวลีที่เกิดขึ้นจริง บนหมู่เกาะสิมิลัน สถานที่ท่องเที่ยวชื่อก้องโลกของ จ.พังงา ย้อนหลังไปเกือบครึ่งเดือน หมู่เกาะแห่งนี้เป็นพื้นที่หนึ่งใน 6 จังหวัดภาคใต้ ฝั่งทะเลอันดามัน ที่ถูกคลื่นยักษ์ “สึนามิ” ซัดถล่มเสียหาย แหล่งดำน้ำที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในโลกบนเกาะแห่งนี้พังพินาศไปหลายจุด ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกยาวนานความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติจึงจะกลับมาเหมือนเดิม

บนความโหดร้ายของภัยพิบัติธรรมชาติยังมีเรื่องที่น่ายินดีอยู่บ้าง หลังทีมสำรวจจาก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ นักวิชาการจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และอาสาสมัครนักดำน้ำมืออาชีพ จำนวนกว่า 60 คน เข้าสำรวจหมู่เกาะแห่งนี้ พบว่า หลังคลื่นมรณะผ่านพ้นไป มีฉลามวาฬ สีน้ำตาลจุดขาว ความยาว 5-6 เมตร แหวกว่ายอยู่ในน่านน้ำเกาะบอล หนึ่งในหมู่เกาะสิมิลัน

ฉลามวาฬ ถือเป็นสัตว์หายาก เป็นสัตว์น้ำขนาดใหญ่กินแพลงตอนเป็นอาหาร จะอาศัยอยู่ในแหล่งที่มีอาหารสมบูรณ์เท่านั้น ซึ่งเมื่อพบฉลามวาฬที่ใด แสดงว่าบริเวณดังกล่าวยังคงมีความหลากหลายทางชีวภาพ และน่าจะฟื้นฟูได้ในเวลาไม่ช้า

นายสุพจน์ จันทราภรณ์ศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อ่าวไทยตอนล่าง กล่าวว่า เป็นไปได้ที่คลื่นยักษ์ทำให้เกิดกระแสใต้น้ำกวนเอาธาตุอาหารที่อยู่ในดินใต้ทะเลขึ้นมาอยู่ในน้ำ ซึ่งธาตุอาหารนี้เป็นแหล่งอาหารชั้นเยี่ยมของแพลงตอน ปลาตัวเล็ก และลูกกุ้ง เมื่อมีสัตว์เหล่านี้เข้ามารวมอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ฉลามวาฬก็จะเข้ามากินสัตว์เหล่านี้เป็นอาหารอีกทอดหนึ่ง จึงเป็นไปได้ว่าการที่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ทำให้ฉลามวาฬเข้ามาในพื้นที่มากขึ้นเพราะมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์

“ก่อนเกิดเหตุคลื่นยักษ์ “สึนามิ” ที่เกาะสิมิลันสามารถพบฉลามวาฬได้เป็นประจำทุกปี แต่จะพบครั้งละ 2-3 ตัว เนื่องจากฉลามวาฬ ไม่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ฉลามวาฬจะอยู่ในแหล่งที่มีอาหารสมบูรณ์เท่านั้น ซึ่งหากยังสำรวจพบที่เกาะสิมิลัน ก็แสดงว่าคลื่นยักษ์สึนามิ ไม่ได้ทำลายระบบนิเวศของหมู่เกาะสิมิลัน อย่างที่หลายฝ่ายวิตกกัน หากเป็นเช่นนี้เชื่อว่าจะสามารถฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่เกาะสิมิลันได้ไม่ยาก” นายสุพจน์ กล่าว

นอกจากฉลามวาฬ ไม่ได้สูญหายไปจากเกาะสิมิลันแล้ว ปะการัง ที่อยู่รายล้อมเกาะสิมิลัน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ชื่อว่าสวยติดอันดับโลก แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสโลกใต้น้ำหมู่เกาะสิมิลันจำนวนมาก นักสำรวจก็ยืนยันแล้วเช่นกันว่า ปะการังที่นี่ได้รับความเสียหายเพียงส่วนน้อยแค่ 10-20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

นายศักดิ์อนันต์ ปลาทอง อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ หนึ่งในทีมสำรวจหมู่เกาะสิมิลัน ยืนยันว่า จากการสำรวจแนวปะการังบริเวณหมู่เกาะสิมิลัน เพื่อประเมินความเสียหายจากคลื่นสึนามิ เมื่อวันที่ 6-8 มกราคม ที่ผ่านมา พบว่าแนวปะการัง 57 จุด รอบเกาะ 1-9 ได้รับความเสียหายเพียง 10-20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปะการังเหล่านี้ยังมีชีวิตอยู่สามารถฟื้นตัวได้

“ปะการังส่วนใหญ่ไม่ได้รับความเสียหาย มีอยู่บ้างที่ บริเวณเกาะสี่ ซึ่งนักดำน้ำรู้จักกันในนามแนวกำแพงเมืองจีน ที่เกาะเก้าบริเวณจุดคริสต์มาส พ้อยต์ และจุดสแนปเปอร์ แอลลี่ ได้รับความเสียหายเนื่องจากถูกทรายทับจนตาย จึงเสนอให้ปิดจุดดำน้ำทั้ง 3 จุด ไว้ชั่วคราว เพื่อฟื้นฟูปะการัง” นายศักดิ์อนันต์ กล่าว

หลังปิดจุดดำน้ำดังกล่าวแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าไปเร่งเก็บขยะใต้น้ำ ต้องเข้าไปรื้อทรายที่ทับถมปะการังออก และต้องนำโครงซีเมนต์ไปวางตามพื้นทรายใต้น้ำ เพื่อให้ตัวอ่อนปะการังลงเกาะ ซึ่งจะต้องใช้เวลาสักระยะ ปะการังในบริเวณนี้ก็จะกลับมาสวยงามได้เหมือนเดิมอีกครั้ง

โต๊ะข่าวรายงานพิเศษ รายงาน

Author: adminzllz

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *